(ตอนเริ่มด่านที่ 4)

 



Cloud : ถ้าข้าสามารถหาคนที่รู้คำตอบนั้นของข้าได้...
Cloud : นั้นจะเป็นเหตุผลที่ข้าไม่สามารถร่วมเดินทางไปกับพวกนายได้ต่อ.... เส้นทางเส้นใหม่....

--------------------

Sephiroth : ไม่ได้เจอกันนานแล้วนะ Cloud
Cloud : Sephiroth!

[Sephiroth ยกดาบขึ้นพร้อมที่จะต่อสู้]

 



Sephiroth: ไยถึงไม่สู้กับข้า?
Cloud: มีความหมายอะไรที่จะต่อสู้กับนาย
Cloud: เหนือกว่าทุกสิ่ง การต่อสู้ระหว่างเราไม่มีความหมายอะไร
Sephiroth: แล้วใครเล่าที่มีความหมายต่อนายจนจะสู้ด้วยได้?
Cloud: ไม่ใช่อย่างงั้น สิ่งที่ข้าต้องการคือเหตุผลที่ถูกต้องในการต่อสู้
Sephiroth: ยังคงไม่มีค่าดั่งหุ่นเชิด
Cloud: อะไรนะ?
Sephiroth: ข้าจะให้เหตุผลที่จะต้องสู้

[Sephiroth หยิบของชิ้นหนึ่งออกมา]



Sephiroth: เหมือนว่าข้าได้ทำลายความฝันนั่น ...
Sephiroth: น่าสงสารยิ่ง มันเพิ่งจะเริ่มมีชีวิต ...
Cloud: นั่น ... มันของ Firion ...?
Cloud: มันคงไม่ใช่ ... นายทำอะไรกับเขา!?
Sephiroth: เหตุผลนี้พอไหนสำหรับนาย? หากใช่ จงตามข้ามา

[Sephiroth หายตัวไป]

-----------------

 

 

Destiny Odyssey VII-5
- ชะตากรรม -
ด้วยเหตุผลอะไร? เพื่ออะไรที่ทำให้ต้องต่อสู้?
แต่เหตุผลที่ได้รับของนักรบผู้พูดกับตัวเองอยู่ซ้ำๆกลับเป็น
เพื่อใครตังหาก
-----------------

(ตอนเริ่มด่านสุดท้าย)

 


 

Cloud : "แย่ชะมัด.... มีคนต้องเจ็บเพราะข้างั้นหรือ??"
Cloud : ข้าควรทำอย่างไรดี? ข้าต้องกำจัดศัตรูพวกนี้เพื่อไปถึงตัว Sephiroth ให้ได้!

(ระหว่างด่านสุดท้าย)

Cloud : ถอยไป อย่ามาขวางทางข้า

-----------------


Sephiroth : ในที่สุดนายก็มา
Sephiroth : ข้าบอกให้นายไล่ตามมา และนายก็เชื่อฟังทำตามที่ข้าบอก
Cloud : อะไรนะ?
Sephiroth : ราวกับสายน้ำไหล .... ข้าได้ให้เหตุผลที่นายจะต้องสู้
Sephiroth : หากนายยังจะค้นหาเพียงอย่างเดียว นายก็จะไม่มีวันเจอตัวเอง
Sephiroth : มันช่วยไม่ได้  มนุษย์มักพร้อมที่จะกระโดดเข้าใส่หาความหมาย
Cloud : นายกำลังพูดอะไร?
Sephiroth : เหมือนกับพวกเพื่อน ๆ นาย ที่จะเจอความหมายในการค้นหา Crystals.
Sephiroth : แต่นายล่ะ?
Sephiroth : เมื่อนายไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ นายก็เป็นเพียงหุ่นรอเชิด
Cloud : ไม่! ข้าน่ะ ...
Sephiroth : นั้นคือเหตุผลว่าทำไมข้าถึงบอกความหมายให้นาย
Sephiroth : ไม่ใช่สิ่งที่นายปรารถนาเหรอ ...
Cloud : หุบปาก!
Cloud : มันไม่มีความหมายอะไรกับสิ่งที่นายให้ข้า
Cloud : ข้ามาที่นี่ด้วยความตั้งใจของข้าเอง!
Sephiroth : สิ่งที่นายจะกล่าว เป็นเพียงสิ่งที่นายคิดว่าเกิดขึ้น
Cloud : ข้าก็บอกได้ว่ากับนายก็เหมือนกัน



Cloud : Sephiroth!
Cloud : ข้าจะฝังนายที่นี่!
Sephiroth : ตั้งรับหน่อย!
Sephiroth : ข้าจะเป็นคนชี้นำนาย
Sephiroth : ข้าจะมอบความสิ้นหวังให้ดีไหม Cloud?
Cloud : ข้าหาทางของข้าเองได้
Sephiroth : นายเป็นแค่หุ่นเชิด



Cloud: นี่คือ Crystal...
Sephiroth: นายค้นหามันเจอ เช่นเดียวกับความสิ้นหวัง
Sephiroth: หากนายรับมันไว้ นายจะถูกโยนไปใส่การต่อสู้อื่น ๆ อีก
Cloud: นั่นคือ ... พรหมลิขิตของข้า
Cloud: ข้า ... นี่คือความจริงที่ข้าต้องอยู่กับมัน
Sephiroth: คงเป็นเช่นนั้น
Sephiroth: จงมองแสงเปล่งประกาย และจดจำมันไว้ให้ดี
Sephiroth: เพราะจากการชี้นำของข้า นายถึงได้มันมา
Sephiroth: กี่ครั้งแล้วที่ข้าต้องชี้นำนาย ...

[Sephiroth หายตัวไป]

Cloud: ข้าเลือกทางเดินของตัวเอง
Cloud: "แม้ว่า ข้าอาจจะหลงทาง"
Cloud: "แต่ข้าจะพบคำตอบในคำมั่นที่ข้าให้ไว้กับเพื่อน ๆ ตอนนั้น"
Cloud: "ข้าจะยังคงสู้ต่อ"

-----------------
(เมื่อทุกอย่างจบสิ้นลง)

 

Garland : ข้าไม่คิดว่าเขาจะเสียทุกสิ่งทุกอย่างไป ดูเหมือนเจ้านั้นพึ่งจะก้าวออกจากสัจธรรมไปเรื่อยๆ
Garland : Sephrioth... ข้าเชื่อว่าเจ้านั้นจะทำหายนะให้กับแผนการต่างๆของฝ่าบาทเสียมากกว่า
Emperor : สัจธรรมไม่ได้ดำรงอยู่ในโลกใบนี้ ไม่ใช่สิ เจ้าสามารถพูดได้ว่ามันมีสิ่งอื่นนอกเหนือจากนี้อย่างสิ้นเชิง
Emperor : ถ้าพวกเราสามารถครองความได้เปรียบในตอนนี้ได้ พวกเราก็สามารถเปลี่ยนแปลงสัจธรรมของโลกได้ด้วยมือของพวกเราเอง
Garland : ฝ่าบาท... ที่ตรัสออกมานั้น หมายความว่าพวกเราสามารถเขียนเรื่องราวของพระเจ้าได้ใหม่อีกครั้งงั้นหรือ?
Emperor : อืม พวกเราไม่สามารถทำแบบนั้นได้ แต่พวกเราสามารถสร้างตำนานบทใหม่ได้ตังหาก

 

 

 

สิ่งที่ส่องสว่างอยู่ในมือ ตอนนี้อาจจะยังเป็นเพียงแค่แสงสว่างดวงเล็กๆ
แต่เมื่อสามารถเข้าใจในคำตอบได้ลึกซึ้งไปทีละขั้นทีละขั้น
คริสตัลก้อนนี้ จะเปล่งแสงแวววาวมากขึ้น

สัจจะของนักรบผู้ตัดสินใจที่จะต่อสู้ต่อไป
สัญญาระหว่างเพื่อนสามารถทำให้บรรลุผลในที่สุด
เเต่การต่อสู้ของเขายังคงไม่จบสิ้น

โชคชะตายังคงดำเนินต่อไป การเดินทางของเขาก็ยังคงต้องดำเนินต่อไปเรื่อยๆเช่นกัน

**********************

ปล. จบแล้วสำหรับเนื้อเรื่องของคลาวด์ เนื้อเรื่องที่จะแปลต่อไป เป็นของหนุ่มผู้ตามหาพี่ชายที่พลัดพรากไปตั้งแต่เด็กๆ
ปล. ติดตามได้ที่บล็อกของ Beejang เช่นเคยเร็วๆนี้

Destiny Odyssey VII - Cloud Strife - ตอนที่ 2

posted on 18 Jan 2009 11:38 by lastwaltz  in Dissidia

Destiny Odyssey VII-3
- ชะตากรรม -
ภายใต้เปลือกนอก ความมืดมิดยังคงดำเนินการแสวงหาบางสิ่งบางอย่าง
พลังอันนี้สำหรับนักรบ
กำลังใจครั้งใหม่กำลังเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น

--------------- 

รอติดตามตามตอนที 2 แบบเต็มๆได้ที่บล็อกของคุณ Beejang ผู้ร่วมแปลอีกท่าน

edit @ 22 Jan 2009 17:09:10 by Fenix M. Lastwaltz

Destiny Odyssey VII - Cloud Strife - ตอนที่ 1

posted on 11 Jan 2009 08:59 by lastwaltz  in Dissidia

 

นักรบผู้แบกดาบเล่มใหญ่บนหลัง ผู้จมปลักอยู่กับอดีตของตนเอง Cloud

เขาพร้อมทั้ง Frioniel, Cecil, Tidus เดินทางตามหาคริสตัล
แต่ตลอดเวลาที่อยู่คนเดียว เขามักจะจ้องมองไปยังที่ไกลๆ
มองหาผู้ที่ยืนรออยู่ที่ปลายทางของการต่อสู้

เมื่อได้รับเเสงนำทางของพระเจ้า เขาจะสามารถปฏิเสธสิ่งที่ซ่อนในเงาของตัวเองได้หรือไม่?
 
---------------

 


 

Destiny Odyssey VII
- ชะตากรรม -

---------------


Emperor : ...อะไรที่มันรู้อยู่? อะไรคือเป้าหมายของมันกันแน่?
Kefka : อย่ากังวลกับเรื่องนั้นไป... เจ้าหมอนั้นเป็นแค่คนซาดิสม์ที่ชอบดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น
Emperor : Sephiroth.... ตอนจบของการต่อสู้ครั้งก่อน ข้าเห็นด้วยตาของข้า ว่ามันปลิดชีพตัวเองไปแล้ว
Kefka : ว่าไงนะ? มันหมายความว่าไง ที่เจ้าหมอนั้นทำแบบนั้น?
Emperor : มันคงจะกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง เพราะฉะนั้นพวกเราต้องลงมืออย่างระมัดระวัง

---------------
(ระหว่างด่านเเรก)

 


Cloud : เพราะเหตุใด.... ทำไมข้าถึงรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างเรียกหาข้าอยู่?
Cloud : คริสตัลหรือ? ไม่... มันต้องเป็นสิ่งอื่นนอกเหนือจากนั้น

Cloud : ศัตรูจะมาจากตรงไหน ทำไมข้าถึงรู้สึกเหมือนว่าข้าต้องต่อสู้อยู่ตลอดเวลา?

-------------


Cecil : ว่าไง? เธอได้คริสตัลมาแล้วหรือ?
Cloud : ยัง ที่นี่ไม่มีอะไร
Tidus : โอกาสที่จะช่วยโลกใบนี้ คือค้นหาคริสตัลสินะ
Tidus : แต่จะหายังไง พวกเรายังคิดไม่ออกเลย?
Frioniel : พวกเราต่อสู้ต่อไปเรื่อยๆไม่ดีหรือไง?
Frioniel : พวกเราต้องกำจัดศัตรูทั้งหมดที่ยืนขวางทางหน้าของพวกเรา
Cloud : ข้าไม่คิดว่าพวกนายจะเข้าใจถูกต้อง การต่อสู้ที่สะเพร่ามันจะเป็นอันตราย
Cloud : ถึงแม้จะชนะการต่อสู้ทั้งหมด ก็ไม่ได้หมายความว่าจะหาพบ
Tidus : พักสักหน่อยละกัน หลังจากการต่อสู้
Frioniel : จริงสินะ ฉันก็เห็นด้วย
Cecil : มี Cloud อยู่ด้วย จะได้คอยช่วยเหลือตัดสินใจในสถานการณ์ทุกครั้งอย่างใจเย็น
Tidus : นายก็ศึกษาเอาไว้เป็นตัวอย่างด้วยนะ Cecil
Frioniel : นายแหล่ะตัวดีเลย

[และทั้งสามก็หัวเราะ]
Frioniel : พวกเราทั้งสี่ จะต้องไม่มีใครล้มเหลวนะ
Cloud : "ใจเย็นหรือ?"
Cloud : "ไม่ ไม่ใช่อย่างนั้น"
Cloud : "แน่นอน ข้า..."

--------------

 

 
Destiny Odyssey VII-2
- ชะตากรรม -
เพราะเหตุใด ต่อสู้เพื่ออะไรกันหรือ?
หรือเพราะเป็นนักรบเช่นนั้นหรือ
ตัวคนเดียวท่ามกลางความเงียบกับคำถามคำตอบของตัวเองซ้ำไปซ้ำมา.........
 
----------------
 

Tidus : สรุปเเล้ว อะไรคือคริสตัลกันเเน่?
Cecil : คริสตัลก็คือสิ่งที่พวกเราต้องการเพื่อใช้ในการปราบ Chaos.
Frioniel  : เเละ Cosmos ก็คาดหวังให้พวกเรานำมันกลับไปตามคำขอร้องของเธอ
Cloud : นี่พวกเรากำลังต่อสู้เพื่ออะไรกัน?
Frioniel : เพื่ออะไรงั้นหรือ... เพื่อกำจัด Chaos น่ะสิ
Frioniel : นายไม่ต้องการที่จะนำความสงบสุขกลับมายังโลกอีกครั้งงั้นหรือ?
Cloud : Cosmos พูดแค่เพียงว่าให้รวบรวมคริสตัลเท่านั้น
Cloud : เธอไม่รับประกันว่าจะสามารถกำจัด Chaos หรือนับความสงบสุขกลับมายังโลกได้
Cloud : ไม่มีใครในพวกเราที่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบนโลกในท้ายที่สุด
Tidus : ไม่ว่ายังไงก็แล้วเเต่ ฉันเชื่อมันในตัวเธอ!
Frioniel : ถึงแม้จะไม่รู้ แต่อะไรขึ้นถ้าพวกเราไม่ต่อสู้?
Cloud : ข้า... ก็อยากเข้าใจยอมรับเช่นนั้น
Cloud : แต่ข้าต้องการรู้ว่าพวกเรากำลังสู้เพื่ออะไร ไม่ใช่เพียงแค่ทำตามคำสั่งเพียงอย่างเดียว
Frioniel : Cloud...
Cloud : พวกนายต่อสู้เพื่ออะไรกันล่ะ?
Cloud : ในสถานการณ์เช่นนี้ อะไรคือเหตุผลนั้น บอกให้ข้าฟังที
Cecil : เหตุผลในการต่อสู้ ฉันก็ยังไม่ได้คิดเหมือนกัน
Tidus : สำหรับฉันเเล้ว เพื่อตัดสินกับพ่อของฉัน
Tidus : แต่ ฉันคิดว่านี่มันเป็นปัญหาส่วนตัวอ่ะน่ะ
Cloud : Tidus ดีแล้วล่ะ
Frioniel : ขอเวลาข้าคิดสักหน่อยก็แล้วกัน
Frioniel : แต่ข้าก็อยากรู้คำตอบเข้าใจยอมรับของนายด้วย Cloud
Cloud : อืม..
Cloud : คำตอบหรือ?

--------------
(ระหว่างด่านสอง) 

Cecil : ศัตรูกำลังทวีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เธอไม่จำเป็นต้องไปสู้กับพวกมันทั้งหมด ถ้าเธอต้องการถนอมกำลังของตัวเองไว้ใช้บนเส้นทางข้างหน้า
Cloud : ถ้านายสามารถคาดการณ์การเคลื่อนไหวของพวกศัตรูได้ นายจะรู้ว่าจังหวะการโจมตีสวนกลับอย่างเเม่นยำ
Cloud : ยิ่งไปกว่านั้น พวกตัวปลอมพวกนี้อ่อนเเอมาก ข้ายังมองไม่เห็นสิ่งที่เรียกว่าการต่อสู้ที่เเท้จริง
Tidus : นายเข้าใจหรือเปล่า Frioniel?
Frioniel : อาฮะ นายก็ควรดูตัวอย่างความใจเย็นของ Cloud เอาไว้นะ
Cloud : "...เปล่า มันไม่ใช่ความใจเย็น ข้ากำลัง....วิตกกังวลอยู่"

 


Tidus : เฮ้ Cloud .... นายจะประลองฝีมือกับฉันสักครั้งเอาไหม?
Cloud : ...ข้าไม่สนใจ

**************************************

ปล. 1 เครดิตจากบล็อกบอน เอามาแปลต่ออีกที
ปล. 2 คำพูดที่อยู่ใน"....." หมายความว่า ตัวละครนั้นพูดในใจ
ปล. 3 สาเหตุที่ให้ Cecil เรียก เธอ กับคนอื่นๆเพราะมาดในเกมดูคุณชายเหลือเกิน
ปล. 4 ว่างก็จะแปลต่อ

edit @ 18 Jan 2009 06:46:26 by Fenix M. Lastwaltz

Game Developer : Tetsuya Takahashi

posted on 24 Nov 2008 14:03 by lastwaltz  in Biography

         หายหน้าหายตาไปหลายสัปดาห์ เนื่องจากติดภารกิจสอบใบอนุญาตอยู่ใบหนึ่ง ถ้าผ่านจะเอามาเล่าให้ฟังกัน เเต่คราวนี้ขอกลับไปเขียนประวัตินักพัฒนาเกมต่อ ครั้งนี้มาเป็นเเพ็คคู่ สองสามีภรรยานักพัฒนาเกมคู่หนึ่ง ที่พบรักจากการร่วมพัฒนาเกมด้วยกัน เกมสื่อรักเกมนั้นถือเป็นเกมที่มีภาคต่อหลายภาคอยู่เหมือนกัน ได้รับความนิยมในระดับหนึ่ง เกมที่ว่าก็คือเกมในตระกูล Xenosaga (Xenogears) เเละคู่สามีภรรยาที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาเกมนี้ก็คือ Tetsuya Takahashi เเละ Kaori Tanaka (ชื่อหลังเเต่งงาน Kaori Takahashi และนามปากกาที่ใช้ในวงการคือ Soraya Saga)

-----------------------------------------------------------------------------------------------------

 


         Tetsuya Takahashi เกิดเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 1966 จังหวัด Shizuoka ประเทศญี่ปุ่น ด้วยความชอบอย่างมากในเกม Faxanadu ที่ได้เล่นสมัยยังเป็นนักเรียน ทำให้ Tetsuya มีความฝันอยากเป็นนักพัฒนาเกมตั้งเเต่นั้น เเละเมื่ออายุได้ 22 ปีเขาก็ได้เริ่มต้นเดินตามความฝันในวัยเยาว์ด้วยการสมัครเข้าทำงานที่บริษัท Nihon Falcom Corporation เข้าทำงานได้ปีเดียวก็ได้รับโอกาสพัฒนาเกม Star Trader เกมเเนว Shooting เเละ Dragon Slayer : The Legend of Heroes เกมเเนว RPG ในตำเเหน่ง กราฟิกดีไซน์เนอร์ หลังจากนั้นก็ร่วมมือกับนักเขียนการ์ตูน Kunihiko Tanaka ออกเเบบตัวละครในเกม Dinosaur ซึ่งเป็นงานสุดท้ายในบริษัท Nihon Falcom Corporation ก่อนที่เขาจะออกไปทำงานในบริษัท Square Soft

 

 


         เมื่อเข้ามาทำงานในบริษัท Square Soft  ก็ได้มีส่วนร่วมในเกมตระกูล Final Fantasy ในทันที โดยเริ่มที่ภาคที่ 4 ในตำเเหน่งออกเเบบกราฟิกฉากต่อสู้ ซึ่งเป็นการพบกันครั้งเเรกกับ Soraya Saga ที่ร่วมทำงานในโปรเจคนี้อีกด้วย (ทั้งสองได้ร่วมทำงานในโปรเจค Final Fantasy ทั้งหมด 3 ภาคคือ ภาค 4,5,6) ในปี 1995 ก็ได้ร่วมทำงานในโปรเจค Final Fantasy ภาคที่ 7 เเต่ทำงานได้ไม่ได้นาน ก็ถูกย้ายให้ไปอยู่ทีมพัฒนาอื่น เเละได้รับโอกาสร่วมพัฒนาเกมชื่อดังของบริษัท Square Soft อีกหลายเกมเช่น Romancing SaGa, Front Mission เเละ Seiken Densetsu ก่อนที่จะได้มาทำเกมที่สร้างชื่อให้กับเขามากที่สุด เเละยังได้รับมอบตำเเหน่ง Director เเละ Scenario Writer ในเกมที่ชื่อว่า Xenogears ในปี 1998


         ในการพัฒนาเกม Xenogears เขาได้กลับมาร่วมทำงานกับ Kunihiko Tanaka อีกครั้งโดย Kunihiko ทำหน้าที่ออกแบบตัวละครหลักให้ เเละเเน่นอนเขายังได้กลับมาทำงานกับ Soraya Saga ที่ลาออกจากบริษัทไปในปี 1996 ในฐานะฟรีเเลนซ์ที่ทำหน้าที่เขียน Story Plot เเละออกเเบบตัวละครรอง ภายหลังจากเกมวางจำหน่ายเเละได้รับผลตอบรับอย่างยอดเยี่ยม ยอดขายดีเกินหนึ่งล้านเเผ่นทั่วโลกได้เพียงปีเดียว Tetsuya ก็ลาออกจากบริษัท Square Soft เเละร่วมกับ Hirohide Sugiura เเละ Yasuyuki Honne เพื่อนที่ทำงานร่วมกันมา ตั้งบริษัทเกมชื่อ Monolith Soft, Incorporated โดยได้รับเงินทุนจากบริษัท Namco ให้ตั้งบริษัทในฐานะบริษัทลูกของ Namco ขึ้นมา

(เกร็ดเเทรก : Xenogears ถือเป็นเกมที่มีเนื้อเรื่องเข้าถึงได้ยากเกมหนึ่ง เพราะเนื้อเรื่องของเกมอิงทฤษฎีของนักปรัชญาชื่อดังในสมัยก่อนอย่าง Friedrich Nietzsche (นักปรัชญาร่วมสมัยชาวเยอรมัน), Sigmund Freud (นักจิตวิทยาชาวออสเตรีย ผู้คิดทฤษฎีจิตวิเคราะห์), Carl Jung (นักจิตวิทยาชาวสวิส ผู้ก่อตั้งโรงเรียนจิตวิทยา Analytical psychology) เเละ Jacques Lacan (นักจิตวิทยาชาวฝรั่งเศส มีอิทธิพลในเเนวความคิดในด้านจิตวิทยาในช่วงปี 60 ถึง 70 มากคนหนึ่ง) มีทีมงานผู้สร้างที่มีชื่อเสียงร่วมพัฒนามากเกมหนึ่งนอกจากที่กล่าวไปด้านบนเช่น Hiromichi Tanaka โปรดิวเซอร์ หนึ่งในสามผู้ก่อตั้งบริษัท Square Soft, Hironobu Sakaguchi บิดาเเห่ง Final Fantasy นั่งเเท่น Executive Producer พร้อมด้วยนักธุรกิจของบริษัทอีกสองคน Tetsuo Mizuno เเละ Tomoyuki Takechi ประธานบริษัทในช่วงนั้น, Koichi Mahimo นัก Animator ผู้มีส่วนร่วมใน Ghost in the Shell เเละ Neon Genesis Evangelion , Yasunori Mitsuda นักประพันธ์เพลงเเละออกเเบบเสียงประกอบเกม

         ชื่อเดิมของ Xenogears คือ "Project Noah" เเต่ถูกเปลี่ยนด้วยสาเหตุที่ไม่เปิดเผย ถูกวางเป็นหนึ่งในมหากาพย์ 6 ตอน ซึ่งเกมนี้ฉากจบจะเเสดงว่าคำว่า "Episode V" เเต่ด้วยเหตุที่ทีมงานหลักๆได้ลาออกบริษัทไปจำนวนมาก จึงไม่สามารถสานต่อได้ จบไว้เพียงเเค่ภาคนี้ภาคเดียวเท่านั้น ส่วนเรื่องของ Xenosaga จะกล่าวถึงในส่วนต่อไป)

         หลังจากร่วมตั้งบริษัทตัวเองเเล้ว เกมที่เขาพัฒนาก็ไม่พ้นเกมที่มีลักษณะเหมือนเกมที่สร้างชื่อเสียงให้เขานั้นเองนั้นคือ Xenosaga ถึงเเม้ตัวเขาจะให้สัมภาษณ์ว่า "ด้วยเหตุเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท ผมคิดว่ามันเป็นการยากที่จะบอกว่าเกมนี้เป็นภาคต่อของ Xenogears หรือไม่" เเต่สิ่งต่างๆที่อยู่ในเกมล้วนสื่อถึง มีความเกี่ยวข้องกัน เเละทีมพัฒนาเกือบ 20 คนในทีมสร้าง Xenosaga เคยมีชื่ออยู่ในทีมสร้าง Xenogears

 



มหากาพย์ชิ้นใหม่ของ Tetsuya จึงเกิดขึ้นโดยมีลำดับตามนี้
Xenosaga Episode I : Der Wille zur Macht (ภาษาเยอรมันเเปลว่า The will to power) บนเครื่อง PS2 วางจำหน่ายปี 2002
Xenosaga Episode II : Jenseits von Gut und Böse (ภาษาเยอรมันเเปลว่า Beyond Good & Evil) บนเครื่อง PS2 วางจำหน่ายปี 2004
Xenosaga Episode III : Also sprach Zarathustra (ภาษาเยอรมันเเปลว่า Thus spoke Zarathustra) บนเครื่อง PS2 วางจำหน่ายปี 2006
ชื่อของทั้งสามภาคเป็นชื่อหนังสือของนักปรัชญาร่วมสมัยชาวเยอรมัน Friedrich Nietzsche

ภาคเสริม
Xenosaga : Freaks ภาคเสริมที่เป็นเนื้อเรื่องนอกตำนานเกิดหลังจาก Episode III บนเครื่อง PS2 วางจำหน่ายปี 2004 พร้อมเดโมของ Episode II
Xenosaga : The Animation อนิเมชั่นที่ใช้เนื้อเรื่องภาค Episode I ฉายในทีวีญี่ปุ่น ปี 2005
Xenosaga : Pied Piper เนื้อเรื่องของไซบอร์ก Ziggurat 8 ก่อน Episode I ร้อยปี บนมือถือ วางจำหน่ายปี 2005
Xenosaga I & II เนื้อเรื่องเสริม อยู่ในช่วงของ Xenosaga Episode II เเละ Xenosaga Episode III บนเครื่อง DS วางจำหน่ายปี 2006

(เกร็ดเเทรก : เนื้อเรื่องของ Xenogears ถูกเเบ่งเป็นหกภาค สามตอนดังนี้
ตอนที่ 1
Xenogears Episode I : สงครามระหว่างดวงดาว
ตอนนี้ถูกกล่าวกันว่าเป็นเนื้อเรื่องของ Xenosaga Episode I-III

ตอนที่ 2
Xenogears Episode II : ยุคกำเนิดใหม่ (ก่อนปัจจุบัน 1 หมื่นปี)
Xenogears Episode III : ยุควัฒนธรรม Zeboimu (ก่อนปัจจุบัน 4000 ปี)
Xenogears Episode IV : ยุคสงความ Soraris (ก่อนปัจจุบัน 500 ปี)
Xenogears Episode V : เนื้อเรื่องปัจจุบัน

ตอนที่ 3
Xenogears Episode VI : ยุคหลังจากปัจจุบัน
)

 



         ปี 2008 เกมล่าสุดที่ Tetsuya ได้พัฒนาออกมานั้นก็คือ Soma Bringer ในฐานะโปรดิวเซอร์เกมเเรก เเละเเน่นอนทำงานร่วมกับภรรยาของเขาเหมือนเช่นเคย ทั้งคู่เเต่งงานกันในช่วงก่อตั้งบริษัท Monolith Soft ปัจจุบันมีบุตรสองคน

-----------------------------------------------------------------------------------------------------

Monolith Soft ปัจจุบันได้ถูก Namco Bandai ขายหุ้นทั้งหมดให้ Nintendo เเล้ว

ผลงานที่ผ่านมา
Dragon Slayer: The Legend of Heroes(1989): Art
Final Fantasy IV(1991): Battle Graphics
Romancing SaGa(1992): Field Graphics
Final Fantasy V(1992): Field Graphics
Secret of Mana(1993): Map Graphic Design
Final Fantasy VI(1994): Graphic Director
Front Mission(1995): Graphic Design
Chrono Trigger(1995): Graphic Director
Seiken Densetsu 3(1995): BG
Final Fantasy VII(1997): Concept Art
Xenogears(1998): Director, Scenario Writer
Xenosaga Episode I: Der Wille zur Macht(2002): Director, Scenario Writer
Xenosaga Episode II: Jenseits von Gut und Böse(2004): Original Author
Xenosaga: Pied Piper(2004): Story Writer
Xenosaga I & II(2006): Scenario Writer
Xenosaga Episode III: Also sprach Zarathustra(2006): Author, Music Coordinator, Supervisor of Scenario and Database
Soma Bringer (2008): Producer

-----------------------------------------------------------------------------------------------------
ข้อมูลอ้างอิง
Wikipedia
Japan Wikipedia
imdb
Moby Game

เนื่องจากยาวเกินขอต่อเนื่องกับเรื่องของ Soraya Saga ในเอนทรีต่อไป

edit @ 24 Nov 2008 14:26:01 by Fenix M. Lastwaltz

        หายไปเกือบสองอาทิตย์ พร้อมกับประสบการณ์ที่คิดว่าหายากเอามาเล่าให้ฟังอีกเพียบ แต่ขอหยิบเอาเรื่องนี้ก่อน ขอบอกเหตุผลก่อนว่าทำไมผมถึงไปเยี่ยมที่สถานที่แบบนี้ได้ ผมนั้นเป็นนักเรียนทุนสังกัดกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวี ถูกส่งมาเรียนที่ Japan Coast Guard Academy แบบเต็มหลักสูตร 5 ปี (+1 ปีเรียนภาษาญี่ปุ่น) โดยเรียนในหลักสูตรที่แปลเป็นภาษาไทยได้ออกมาว่า "วิทยาศาสตร์ทางทะเลและการบังคับใช้กฎหมาย" ตรงคำพ่วงนี้เเหล่ะคือที่มาว่า ทำไมผมต้องไปทัศนศึกษาที่ศาลเเละเรือนจำในญี่ปุ่น

--------------------------------------------------------------------------------------



          วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา ผมและเพื่อนร่วมชั้นรุ่นที่ 58 ของสถาบันได้มีโอกาสไปทัศนศึกษายังศาล (裁判所 Saibansyo) และเรือนจำ (拘置所 Kouchisyo) ประจำเมืองฮิโรชิม่า จุดประสงค์เพื่อดูระบบการทำงาน, กระบวนการตัดสินของศาล และอื่นๆ เพราะเนื่องจากตามสายงานของผู้ที่จบจากสถาบันนี้ต้องมีติดต่อกับศาลเเละเรือนจำไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เมื่อถึงที่หมาย ตารางงานในช่วงเช้าคือดูห้องต่างๆของศาล เเละพิพิธภัณฑ์เล็กของศาล (ในภาพที่เห็นด้านบนคือหน้าศาลประจำเมืองฮิโรชิม่า)

Free Image Hosting at www.ImageShack.us Free Image Hosting at www.ImageShack.us

        ที่ญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมหนึ่งที่ผมชอบมากก็คือ มีพิพิธภัณฑ์เยอะมาก เรื่องที่ไม่น่าจะมีก็มีได้เช่น พิพิธภัณฑ์เกลือ, พิพิธภัณฑ์เเกงกะหรี่, พิพิธภัณฑ์ราเมง ฯลฯ ถือเป็นการส่งเสริมประชาชนให้ได้รู้เรื่องราวต่างๆได้ง่ายขึ้น มหาวิทยาลัยผมก็มีพิพิธภัณฑ์เป็นของตัวเองด้วย ประกอบด้วยพวกประวัติของสถาบัน รวบรวมเรื่องราวต่างๆไว้ เเม้ไม่มาก เเต่ก็น่าสนใจ (ภาพที่เห็นคือ เสื้อของผู้พิพากษา และสมุดบันทึกผลการตัดสินของศาลเมื่อในอดีต ระบบศาลญี่ปุ่นก่อตั้งในปีค.ศ 1890 หรือ 118 ปีเข้าให้เเล้ว) (เเต่ของไทยเเน่กว่าเพราะเรามีศาลตั้งเเต่ยุคสุโขทัยเเล้วเมื่อกว่า 200 ปีก่อน)        

Free Image Hosting at www.ImageShack.us Free Image Hosting at www.ImageShack.us


        เนื่องจากการพิจารณาคดีในวันนี้ไม่มีในช่วงเช้าเลย จึงต้องไปดูงานที่เรือนจำฆ่าเวลาก่อน เรือนจำอยู่ติดกับศาลเลย (ซึ่งจะบอกเหตุผลช่วงหลัง) เดินไม่ถึง 5 นาทีก็มีอยู่หน้าเรือนจำ เอาของติดตัวทุกอย่างฝากเจ้าหน้าที่ เเละก็มุ่งหน้าเข้าไปเลย ระบบเรือนจำญี่ปุ่นก็เหมือนทั่วๆไป มีเเบ่งระดับนักโทษชั้นดี ชั้นเลว ใครทำตัวดีๆ ก็จะมีงานให้ทำ มีเงินเดือนเล็กๆน้อยๆให้ เเต่จะได้เมื่อออกจากเรือนจำไปเเล้ว พวกชั้นเลวๆก็มีเเยกขังเดี่ยว ขังร่วม เรือนจำโดยร่วมสะอาดมากๆ ห้องขังเเต่ละห้องมีอุปกรณ์ต่างๆเยอะพอสมควรเช่น เเอร์ เครื่องทำความร้อน ทีวี (เเปลกใจเหมือนกันว่ามีทีวีให้ดูด้วย) ฯลฯ มีห้องขังพิเศษสำหรับนักโทษที่ก่อเรื่องในเรือนจำเเละพวกคดีเเรงๆ ลักษณะห้องกลมๆ มีเเค่โถส้วมเเบบญี่ปุ่นให้อันเดียว นอกนั้นว่างเปล่า เวลาที่เข้าไปเป็นช่วงที่นักโทษออกมาออกกำลังกายพอดี ที่ลานออกกำลังกายมีเเยกเดี่ยว กับรวมเหมือนกัน ลืมกล่าวไปว่าในกลุ่มผมมีนักศึกษาหญิงสองคนรวมอยู่ด้วย ทางผู้คุมเรือนจำจัดให้เดินอยู่กลางเเถว ช่วงที่เดินผ่านนักโทษที่กำลังออกกำลังกายอยู่มีนักโทษคนหนึ่งก้มมาเห็นนักศึกษาหญิงพอดี ได้ยินเสียงคุยกันคร่าวๆว่า เรียกพวกมาก้มดูกันใหญ่ ก็เข้าใจว่าไม่ได้เจอผู้หญิงมานานก็เเบบนี้เเหล่ะ (ภาพที่เห็นคือหน้าเรือนจำเเละทางเข้าก่อนที่จะต้องฝากของติดตัวทุกอย่างให้เจ้าหน้าที่)

Free Image Hosting at www.ImageShack.us Free Image Hosting at www.ImageShack.us
 
        เดินชมจนทั่วก็ได้เวลาทานอาหารเที่ยง เเยกย้ายกันเดินเล่นในตัวเมืองฮิโรชิม่า ก่อนมารวมตัวกันที่หน้าศาล ตามตารางช่วงบ่ายต้องฟังบรรยายระบบศาลรูปเเบบเก่าที่เหมือนกับระบบศาลปัจจุบันของไทย มีเเค่ผู้พิพากษานั่งบัลลังก์พิจารณาคดี 1-3 คน ถ้านึกภาพไม่ออกเเนะนำให้ลองไปเข้าฟังการพิจารณาคดีสักครั้งที่ศาลใกล้ๆบ้านของท่าน ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น เเละรูปเเบบใหม่คล้ายๆกับของประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีลูกขุนพิจารณาร่วมพิจารณาคดีด้วย เเต่จะต่างกันตรงรายละเอียดนิดหน่อยเกี่ยวกับจำนวนคน เเละการคัดเลือก (ในภาพเป็นการจำลองการยืนตำเเหน่งคร่าวๆในศาลระบบใหม่ โดยเพื่อนรุ่นร่วม เเละภาพฝั่งที่นั่งผู้มาฟังการตัดสินคดีความ)

        ระบบใหม่ของศาลญี่ปุ่นนี่จะเริ่มใช้ในวันที่ 21 เดือนพฤษภาคม ปี 2009 ที่จะถึงนี้ โดยองค์ประกอบในระบบใหม่ประกอบด้วย
1. หัวหน้าผู้พิพากษาที่มีประสบการณ์ตัดสินคดีความเกินกว่า 20 ปีขึ้นไป 1 คน
2. รองหัวหน้าผู้พิพากษาที่มีประสบการณ์ตัดสินคดีความเกินกว่า 10 ปีขึ้นไป 1 คน
3. ผู้พิพากษาที่มีประสบการณ์ตัดสินคดีความเกินกว่า 5 ปีขึ้นไป 1 คน
4. ประชาชนที่คัดเลือกมาจากคนในเมืองนั้นๆ จำนวน 6 คน
5. โจทก์ จำเลย ทนายของทั้งสองฝ่าย เเละเจ้าหน้าที่บันทึกข้อความในการตัดสินคดี

Free Image Hosting at www.ImageShack.us  Free Image Hosting at www.ImageShack.us

        ถ่ายรูปกันเป็นที่พอใจเเล้วก็เคลื่อนกลุ่มไปฟังการพิจารณาคดีในรูปเเบบเก่า คดีที่ผมได้เข้าไปฟังนั้นเป็นคดีเมาเเล้วก่อเรื่องทะเลาะกับชาวบ้าน โดนตัดสินเบื้องต้นไป เป็นจำคุก 1 ปี ปรับสองเเสนเยน เเต่ถ้ายื่นอุทรณ์ก็คงเหลือประมาณครึ่งปีได้ จะการถามอาจารย์ที่พาไปทัศนศึกษา ส่วนสาเหตุที่ทำไมเรือนจำต้องอยู่ข้างๆศาลก็เพราะ เวลาตัดสินคดีบางคดีต้องเรียกผู้ต้องหามาให้ปากคำเเละฟังคำตัดสิน เพื่อให้สะดวกเเละง่ายจึงเชี่อมทั้งสองเข้าด้วยกันด้วยทางเดินพิเศษ มีผู้คุมเดินมาพร้อมนักโทษด้วยทางเดินที่ว่า ไม่ต้องเดินทางไกลให้เปลือง

        ไหนๆก็พูดเรื่องของศาลเเล้วขอต่ออีกนิดเกี่ยวกับเรื่องเเนวๆนี้สองเรื่องคือ
1. กฎหมายที่นี้เเรงมาก คิดดูว่าเมาเเล้วขับนั้น ติดคุกต่ำก็ 1 ปีปรับอีกต่ำๆครึ่งล้านเยน ถ้าเป็นข้าราชการโทษทางวินัยคือไล่ออกสถานเดียว เเถมโทษทางอาญาก็เหมือนกับประชาชนทั่วไป เพื่อนร่วมรุ่นที่นี่ไปก่อเรื่องเมาเเล้วขับ ไล่ออกทันทีไม่มีพิจารณาเพิ่ม
2. เมื่อเทอมที่เเล้ว ผมทำรายงานเรื่องโทษประหารในโลก มีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้
- ประเทศที่ไม่มีโทษประหารเเล้ว 91 ประเทศ เช่น เเคนาดา ฟิลิปปินส์ ฝรั่งเศส อังกฤษ เป็นต้น
- ประเทศที่ไม่มีโทษประหาร เเต่เมื่อเกิดเหตุเช่น สงคราม ก็สามารถหยิบมาใช้ได้ 11 ประเทศ เช่น บราซิล เปรู เป็นต้น
- ประเทศที่มีโทษประหาร เเต่ไม่ได้ใช้มาเกินกว่า 10 กว่าปีเเล้ว 33 ประเทศ เช่น รัสเซีย เกาหลีใต้ เป็นต้น
- ประเทศที่มีโทษประหาร เเละยังใช้อยู่ 61 ประเทศ เช่นอเมริกา ญี่ปุ่น ไทย จีน เป็นต้น
    ซึ่งการประหารครั้งล่าสุดของญี่ปุ่นคือเมื่อเดือนที่เเล้ว (2008-09-11) จากคดีฆาตกรรมล้วน วิธีประหารของญี่ปุ่นคือการเเขวนคอ ที่เเปลกคือจะไม่มีการบอกญาติผู้ต้องหาเลยว่าประหารเมื่อใด ที่ไหน เเม้เเต่ผู้ต้องหาก็ไม่รู้ ส่วนบ้านเราเมื่อห้าปีที่เเล้ว (2003-12-12) จากคดีขายยาเเละฆาตกรรม ด้วยการฉีดยาพิษเข้าเส้นเลือด

ป.ล. ก่อนจบทิ้งท้ายไว้ด้วยภาพเลียบเเบบเกมเกมหนึ่ง ที่เกี่ยวกับศาลนี่เเหล่ะ ฮี่ๆๆ

Free Image Hosting at www.ImageShack.us

edit @ 25 Oct 2008 07:46:00 by Fenix M. Lastwaltz